การปฏิบัติตัว หลังทำการผ่าตัด

ศุกร์, 18 พฤษภาคม 2012 04:08


หลังการผ่าตัด
ท่านควรพักผ่อนมาก งดการใช้สายตา ไม่ควรถอดฝาครอบตาออก

อาการที่อาจเกิดหลังการผ่าตัด

  • อาการเคืองตา เหมือนมีเศษผงอยู่ในตาหรือคอนแทคเลนส์สกปรก
  • อาจมีน้ำตาไหลบ้าง น้อยหรือ มาก แล้วแต่คน บางคนไม่มีน้ำตาเลย สำหรับบางคนซึ่งไหลมากๆ อาจจะแสบตา หนักตา และลืมตาไม่ขึ้น (อาการน้ำตาไหลมากๆ หมายถึงน้ำตาไหลพรูออกมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 2-3 ชั่วโมง ซึ่งก็เป็นอาการที่อาจเกิดขึ้นไม่ผิดปกติใดๆ)
  • ในคนไข้บางรายอาจมีอาการคันตา และแพ้แสง
  • อาการปวดตา อาจพบได้ในคนไข้บางราย สามารถบรรเทาปวด ด้วยยาแก้ปวด Paracetamol (500mg.) ขนาด 1-2 เม็ด ทุก 4-6 ชั่วโมง

ตารางแสดงอาการต่างๆ ตามระยะเวลาหลังทำเลสิค

ผ่าตัด 1 วัน3 วัน1 สัปดาห์4 สัปดาห์2 เดือน6 เดือน
อาการเคืองตา
แสบตา คันตา
น้ำตาไหล
แพ้แสง
การมองเห็นที่ยังไม่คมชัด
สภาวะตาแห้ง
ภาวะแสงกระจาย, มีปัญหาในการขับรถตอนกลางคืน
ค่าสายตาไม่คงที่

 

การให้บริการหลังการผ่าตัด

หลังจากที่ทำการผ่าตัด ในวันรุ่งขึ้นท่านต้องกลับมาที่ศูนย์ รวมเวลาทั้งสิ้นที่ให้บริการ ไม่เกิน 1 ชั่วโมง
  • เจ้าหน้าที่ เปิดฝาครอบตา และทำความสะอาดบริเวณรอบๆ ดวงตา พร้อมแนะนำวิธีการปฏิบัติตัวหลังผ่าตัดในสัปดาห์แรก
  • วัดการมองเห็นด้วยตาเปล่า
  • พบแพทย์ผู้ที่ทำการผ่าตัด
  • ส่งคนไข้กลับ

กิจกรรมหลังการผ่าตัด

การปฏิบัติตัวในคืนแรกหลังผ่าตัด

  • คนไข้ควรหลับตาพักมากๆ แต่สามารถลืมตาทำกิจวัตรที่จำเป็นได้
  • ห้ามแกะฝาครอบตาออกเด็ดขาด "วัตถุประสงค์ของการใส่ฝาครอบตา คือ ป้องกันไม่ให้คนไข้ขยี้ตา" หากมีน้ำตาไหลมากควรซับน้ำตานอกฝาครอบตาเท่านั้น หากฝาครอบตาไม่แน่น คนไข้สามารถติดพลาสเตอร์เพิ่มได้
  • ห้ามน้ำเข้าตาเด็ดขาด ทั้งนี้คนไข้สามารถอาบน้ำ แปรงฟันได้ โดยเพิ่มความระมัดระวังขึ้น
  • หากคนไข้ได้รับการผ่าตัดในตอนเช้า หรือบ่ายต้นๆ หลังการผ่าตัดแล้วควรกลับบ้าน และนอนหลับช่วงสั้นๆ ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยให้สบายตาขึ้นมาก
  • อาการต่างๆ ส่วนใหญ่จะดีขึ้นกว่า 80% ในเช้าวันรุ่งขึ้น ดังนั้นคนไข้ควรพยายามหลับให้ได้ในคืนแรก โดยรับประทานยานอนหลับที่ให้ไป
หากปกติท่านเป็นคนนอนหลับยาก และมียานอนหลับที่ใช้เป็นประจำก็สามารถใช้ได้โดยไม่ต้องใช้ ยานอนหลับที่ให้ไป

วิธีปฏิบัติตัวสัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด

  • ห้ามขยี้ตาเด็ดขาด (หากมีอาการคัน ก็ให้แตะที่หัวตา หรือหางตาเบาๆ)
  • ห้ามให้น้ำเข้าตาจนกว่าแพทย์จะตรวจครั้งต่อไป ประมาณ 1 สัปดาห์ควรสระผมที่ร้าน งดล้างหน้า ให้เช็ดเฉพาะส่วน คนไข้สามารถอาบน้ำได้ตามปกติ แต่ห้ามน้ำเข้าตา
  • หยอดยาปฏิชีวนะ Vigamox หรือ Zymar เพื่อป้องกันการติดเชื้อ วันละ 4 ครั้ง (ไม่ควรหยอดเกินวันละ 4 ครั้ง เพราะยามีสารกันเสีย ซึ่งหากใช้ถี่มากเกินไป อาจรบกวนผิวตาทำให้ระคายเคืองตาได้ แต่จำเป็นต้องหยอดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ) ครั้งละ 1 หยด วันละ 4 ครั้ง เช้า-กลางวัน-เย็นและก่อนนอน
  • หยอดน้ำตาเทียม Vislube (Preservative free) ซึ่งเป็นน้ำตาเทียมปราศจากสารกันเสีย เพื่อลดอาการระคายเคืองจากการใช้ยาปฏิชีวนะ หยอดครั้งละ 1 หยด วันละ 4 ครั้ง ห่างจากยาปฏิชีวนะประมาณ 5 นาที หากใช้ไม่หมดกรุณาทิ้งหลอดที่เปิดแล้ว ห้ามเก็บค้างคืน
ยาปฏิชีวนะ 4 ครั้ง / วัน เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน
น้ำตาเทียม 4 ครั้ง / วัน เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน
เมื่อมีอาการตาแห้ง หรือระคายตา สามารถใช้น้ำตาเทียมได้มากตามที่ต้องการ


วิธีปฏิบัติตัวหลังผ่าตัด 2 สัปดาห์ ถึง 1 เดือน

  • ห้ามขยี้ตาโดยเด็ดขาด หากมีอาการคันตาก็ควรทำแค่แตะๆที่หัวตา หรือหางตาเท่านั้น
  • สามารถล้างหน้า สระผม ทาครีมบำรุงผิว และรอบตาได้ตามปกติ (แต่ไม่แนะนำให้ล้างตา ด้วยน้ำยาล้างตา หรือลืมตาในน้ำ)
  • สามารถว่ายน้ำ ดำน้ำได้ การลืมตาในสระว่ายน้ำก็ไม่แนะนำเช่นกัน เพราะมีคลอรีนซึ่งทำให้ระคายเคืองตา
  • สามารถเล่นกีฬาออกกำลังได้ตามปกติ หากมีเหงื่อเข้าตา ให้กระพริบตาหลายๆครั้งก็จะหายแสบตาได้เอง
  • สุภาพสตรี งด eye make up ได้แก่ การทา eye shadow, ปัด มาสคาร่า, เขียน eye liner ต่ออีกหนึ่งสัปดาห์ เมื่อผ่าตัดครบ 2 สัปดาห์ สามารถแต่งตาได้ตามปกติ
  • ควรระวังฝุ่นละออง และใส่แว่นกันแดดเมื่อเจอแสงจ้า

การตรวจสภาพสายตาหลังการผ่าตัด

  • อัตราค่าผ่าตัดรวมถึงการตรวจฟรีภายหลังการผ่าตัด 6 ครั้ง (ไม่รวมค่ายาและเวชภัณฑ์)
    - หลังผ่าตัด 1 วัน, 1 สัปดาห์, 1 เดือน, 3 เดือน, 6 เดือน และ 1 ปี
  • กรณีที่คนไข้บางราย จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจเพิ่มเติมจากที่กำหนดไว้ ในช่วงระยะเวลา 1 ปี หลังการผ่าตัด จะไม่เสียค่าใช้จ่ายในการตรวจ (ยกเว้นค่ายาและเวชภัณฑ์ตามจริง)
  • การตรวจหลังการผ่าตัด (เกิน 1 ปี หลังการผ่าตัดครั้งแรก) จะมีค่าบริการ 500 บาท + ค่ายาและเวชภัณฑ์ตามจริง
  • ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการ / ค่ายาและเวชภัณฑ์ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งล่วงหน้า

การเติมเลเซอร์

โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ที่เข้ารับการแก้ไขสายตาด้วยวิธีเลสิคไปแล้วไม่จำเป็นต้องมีการเติมเลเซอร์ แต่จะมีบางกรณีโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีค่าสายตาอยู่ในระดับสูงก่อนทำการ ผ่าตัดด้วยวิธีเลสิค จะมีโอกาสที่ยังมีภาวะสายตาผิดปกติเหลืออยู่ซึ่งมีผลทำให้การมองเห็นไม่ชัดเต็มที่ สามารถเข้ารับการพิจารณาเติมเลเซอร์ได้โดยปรึกษากับจักษุแพทย์ ผู้ทำการผ่าตัด จะไม่คิดค่าใช้จ่ายในการเติมเลเซอร์ โดยจะมีค่าใช้จ่ายเฉพาะค่ายาและเวชภัณฑ์เท่านั้น

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเติมเลเซอร์

  • แพทย์จะพิจารณาเติมเลเซอร์เมื่อสายตาคงที่แล้ว โดยเฉลี่ยแล้วคือภายหลังจากการ ทำเลสิคไปแล้ว 3 เดือน โดยมีค่าความผิดปกติของสายตาประมาณ - 1.00 D หรือมากกว่านั้น หรือเมื่อระดับการมองเห็นด้วยตาเปล่า (UCVA) เห็นได้ไม่ถึง 20/40
  • การเติมเลเซอร์ไม่ต้องแยกชั้นกระจกตาใหม่ด้วย Microkeratome แพทย์จะใช้เครื่องมือพิเศษในการเปิดชั้นกระจกตาเดิมขึ้นมา แต่หากการเติมเลเซอร์นั้นกระทำภายหลังจากการผ่าตัดครั้งแรกไปแล้วมากกว่า 1 ปี อาจไม่สามารถเปิดชั้นกระจกตาเดิมได้เพราะแผลติดสนิทแล้ว ในกรณีนี้จะต้องทำการตัดเพื่อแยกชั้นกระจกตาใหม่
  • ความคาดหวังที่ถูกต้องในคุณภาพการมองเห็นของผู้ที่ได้รับการแก้ไขสายตา ด้วยวิธีเลสิค คือความสามารถในการมองเห็นภายหลังการผ่าตัด จะเท่ากับความสามารถในการมองเห็น เมื่อใช้แว่นตาแก้ไขเต็มที่แล้ว (BCVA) ก่อนการผ่าตัด ดังนั้นคนไข้ที่ 20/20(เส้นสีแดง) เมื่อใช้เลนส์หรือแว่นแก้ไขเต็มที่ก่อนการผ่าตัด ไม่ควรคาดหวังว่าจะสามารถมองเห็นชัดเจนที่ 20/20 (UCVA) ด้วยตาเปล่า ภายหลังการผ่าตัด
  • การแก้ไขสายตาด้วยวิธีเลสิคไม่ได้เพิ่มศักยภาพในการมองเห็น ปัญหาหรือความผิดปกติต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นภาวะสายตาสั้น / ยาวโดยกำเนิด ยังคงอาจเกิดขึ้นได้ตามปกติ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ว่าผู้ที่เข้ารับการรักษาด้วยวิธีเลสิคแล้วยังคงมีความจำเป็น ที่จะต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพตาประจำปี อย่างสม่ำเสมอ
  • การเติมเลเซอร์สามารถทำได้หลายครั้ง หากจักษุแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดพิจารณาแล้วว่ามีความปลอดภัยและกระจกตา มีความหนาเพียงพอ
Read 2941 times
โปรโมชั่น โคราช เลสิค
PROMOTION-Advanced-Lasik-Center
Gift-Voucher-t2
KORAT-LASIK-Logo